ผมเพิ่งอ่านนิยายเรื่องดังเรื่องนี้จบไปเมื่อวาน นานแล้วที่ไม่ได้อ่านนิยายแบบรวดเดียวจบ หนังสือเล่มนี้ผมใช้เวลาอ่านสองวัน กับความยาว 500 หน้า แบบวางไม่ลง  นิยายเรื่องนี้เขียนโดยนักเขียน ชาวสวีเดน Stieg Larsson ( ผู้ล่วงลับ ) ทำยอดขายได้ 60 ล้านเล่มทั่วโลก 46 ภาษา ตอนที่ชื่อ The girl with the dragon tattoo เป็นเล่มแรกในชุด Millennium Series ซึ่งคิดว่าจะมีการทยอยตีพิมพ์ออกมาอีกเรื่อยๆ


**** เนื้อหาในเอ็นทรี่อาจมีบางส่วน สปอยล์
   
    ซีรี่ส์เรื่องนี้มีฉากหลังในประเทศสวีเดน ดังนั้นชื่อตัวละคร ชื่อสถานที่ และบรรยากาศ เป็นสิ่งที่ยากจะจินตนาการถึง  ( จำโคตรยากเลยพี่น้อง )

    มิเคล บลูมควิสต์ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ Millennium นักข่าวสายการธุรกิจ การเงิน ผู้มีอุดมการณ์แรงกล้าที่จะเขียนข่าวเพื่อตีแผ่ความไม่ชอบมาพากลของบรรษัทการเงินต่างๆ ที่ดำเนินธุรกิจไม่ซื่อตรง ได้ข้อมูลลับๆ มาจากเพื่อนสมัยเรียนที่พบกันโดยบังเอิญว่ามีบริษัทอุตสาหกรรมสัญชาติสวีเดน “เวนนอร์สเตริม” กำลังสร้างอาณาจักรการเงินอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย การให้ข้อมูลลับจากเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานมาก แม้มีเหตุที่ไม่น่าเชื่อหลายจุด แต่บูมควิสต์ ก็ตกลงใจที่จะเขียนข่าวเรื่องนี้ พร้อมด้วยสัญญาที่จะไม่เปิดเผยแหล่งข่าว นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการฟ้องร้องจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ถูกกล่าวหา สุดท้ายลงเอยที่ บลูมควิสต์พ่ายแพ้คดี เสียค่าปรับ และต้องติดคุก 2 เดือน สูญเสียความน่าเชื่อถือในฐานะนักข่าว

    ลิสเบธ ซาลันเดอร์ หญิงสาวอายุยี่สิบต้นๆ แปลกแยกโดดเดี่ยวจากสังคม มีปัญหาด้านอารมณ์ ไม่สื่อสารพูดคุยกับผู้คน มีรอยสักอยู่ทั่วตัว เจาะคิ้ว ร้อยห่วงที่จมูก มีภาพลักษณ์ในแบบวัยรุ่นมีปัญหา แต่มีตรรกะในเรื่องการเรียบเรียง สรุปเรื่องราวอย่างยอดเยี่ยมถึงอาจเรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์ ได้เข้าทำงานในบริษัทรักษาความปลอดภัยชื่อดัง ความสามารถในการเขียนรายงานอย่างยอดเยี่ยม ทำให้เธอได้ทำงานต่อไปแม้มีปัญหาด้านปฏิสัมพันธ์ในสังคม ความสามารถนี้ ไม่มีใครล่วงรู้ความลับของเธอว่ามาจากการแฮกข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์

    เฮนริก วังเงอร์ เศรษฐีนักธุรกิจชรา ที่หมกมุ่น จมจ่อมอยู่อดีตที่ขื่นขมมานานสามสิบปี “แฮร์เรียต” หลานสาวของเฮนริกหายตัวไปอย่างลึกลับในวันที่เกิดเรื่องวุ่นวายในวันรวมญาติประจำปี ไม่มีร่องรอยใดๆให้สืบหา ไม่มีศพ ไม่มีร่องรอยบ่งบอกว่าเกิดความรุนแรง แฮรร์เรียตหายตัวไปเฉยๆ โดยไม่มีสาเหตุ เรื่องราวทั้งหมดในวันเกิดเหตุได้ถูกรวบรวมไว้เป็นแฟ้มขนาดใหญ่โดยละเอียด มีภาพถ่ายเหตุการณ์ต่างๆ ถ้อยคำของผู้ต้องสงสัยทุกคน แต่คดีก็ยังเป็นปริศนามานานกว่าสามสิบปี เป็นคดีห้องปิดตายที่มีผู้ต้องสงสัยจำกัดจำนวน

    ทุกๆปีในวันเกิดของ เฮนริก วังเงอร์ เศรษฐีชราจะได้รับของขวัญวันเกิดแปลกประหลาดหนึ่งชิ้นทุกปี เป็นดอกไม้แห้ง อัดมาในกรอบอย่าพิถีพิถัน ไม่ระบุผู้ส่ง ของขวัญถูกส่งมาจากทั่วโลกทุกปี ราวกับเป็นการย้ำเตือนชายชราให้ระลึกถึงการสูญเสียครั้งนั้น
    ตระกูลวังเงอร์ เป็นตระกูลใหญ่ที่มีเครือญาติมากมาย แต่ละคนในตระกูลต่างมีนิสับประหลาดๆ มีความลับ และความขัดแย้งมากมายที่ต่างคนต่างปกปิดเอาไว้ และพร้อมที่จะฝังกลบเอาไว้ให้่ผ่านพ้นไปตามเวลา

    บลูมควิสต์ ได้รับข้อเสนอจาก เศรษฐีชราให้เข้ามาสืบหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของ แฮรร์เรียต วังเงอร์ โดยให้ใช้ฉากหน้าเป็นนักเขียนอัตชีวประวัติของตระกูลวังเงอร์ ส่วนภาระกิจจริงคือการสืบหาเบาะแสของหลานสาว ( ทำให้ผมนึกถึงนิยายของ Lawrance Sander ในซีรี่ส์ของ Mc Nally ขึ้นมาทันที )
    แรกทีเดียว บลูมควิสต์ ไม่รับข้อเสนอที่จะทำงานนี้ เนื่องจากเ็นงานที่มีแต่ความว่างเปล่า และสืบหาคนที่หายไปสามสิบปี โดยมีแต่เอกสารที่รวบรวมไว้ แต่เศรษฐีชรามีข้อมูลที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนหลังจากงานเสร็จเรียบร้อย นั่นคือการเปิดเผยข้อมูลการทุจริตของ “เวนนอร์สเตริม” ทำให้บลูมควิสต์ตกลงใจกระโดดเข้ารับงาน เข้าวู่วังวนของความรุนแรงในครอบครัว เพื่อไล่ตามปริศนาอายุสามสิบปี
    บลูมควิสต์ได้รับความช่วยเหลือจากซาลันเดอร์ จนกระทั่งแกะรอยพบจิกซอว์มากมาย...


........................................



    ผมไม่แน่ใจว่าชอบหนังสือเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน แต่มันมีส่วนผสมของหนังมากมายเช่น
1. คดีปริศนาการหายตัวไปอย่างลึกลับบนเกาะปิดตาย เรื่องราวความซับซ้อนระหว่างสายสัมพันธ์ในตระกูล การ์ดดอกไม้ปริศนา ที่ทำให้ผมนึกถึง คินดะอิจิ
แฮกเกอร์อัจฉริยะ ผู้แปลกแยกในสังคม ไม่สามารถเข้ากับใครได้ แบบ L ในเดธโน๊ต แต่ซาลันเดอร์ มีปัญหากว่านั้นเยอะแฮะ
ฉากหน้าของบลูมควิสต์  ไพล่ไปคล้าย McNally ของ Lawrance Sander
ความรุนแรงและฉากฆาตกรรม ทำให้นึกถึง Silence of the Lamb

.......................

ปล.1 แล้วคุณนึกถึงอะไรกันบ้าง
ปล.2 ถามต่อว่าเล่มต่อไปจะอ่านมั้ย ตอบเลยว่าไม่พลาดแน่
ปล.3 ตอนนี้อัพบล๊อกไว้สองที่นะครับ คือ 2handcamera.com เป็นบล๊อกเอาไว้เปิดร้านเช่าเลนส์เล็กๆ สนุกๆ ตามไปอ่านกันด้วยนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

ดูหนังจบไปแล้ว 3 ภาค ถ้าได้อ่านคงติดงอมแงมล่ะ

#2 By tum (124.121.243.47) on 2011-12-28 15:42